1.1.53

 รายชื่อเสือร้ายที่ ปล้น ตลาด อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่  5  ธันวาคม  พ.ศ.2508

1.  นายใบ     กุลแพ        ( เสือใบ )
2.  นายทวี     เฉลิมสมัย
3.  นายสมบุญ   มากฤทธิ์
4.  นายน้อย    เจริญสุข
5.  นายลำพอง   มหาวิจิตร
6.  นายบั๊ก หรือ มะลิ  คาลามานนท์
7.  นายบุญเลิศ   ปรอดเกิด
8.  นายละมาย   ภู่แสนสอาด ( เสือละมาย )
9.  นายแบน   วงษ์ขำ
10.นายศิริ   กุลวิบูลย์
11.นายศักดิ์   นันโต
12.นายบุญมา หรือ ตึ๋ง  กลิ่นจำปา
13.นายวิชิต  หรือ เปี๊ยก  เกตุคำศรี
14.นายจำเนียร หรือ ขาว  ศรีม่วง   ( เสือขาว )
15.นายเชื้อ   พวงรักษ์
16.นายจุ่น  ผลหาญ
17.นายสง่า หรือ โก๊ะ  เฉลิมทรัพย์


นายใบ  กุลแพ



นายทวี    เฉลิมสมัย 


นายสมบุญ    มากฤทธิ์


นายน้อย    เจริญสุข


นายลำพอง   มหาวิจิตร


นายมะลิ  หรือ บั๊ก   คาลามานนท์


นายบุญเลิศ   ปรอดเกิด


นายละมาย   ภู่แสนสอาด


 นายสมศักดิ์   นันโต


นายบุญมา    กลิ่นจำปา


นายวิชิต  เกตุคำศรี  (เปียก  กีวี )


นายจำเนียร   ศรีม่วง  (เสือขาว)


นายเชื้อ   พวงรักาษ์







30.8.52

มีดปลอก คาดอันเดียว


-->



                                                         ไม้เสลา
ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia loudonii Teijsm. & Binn.

วงศ์ LYTHRACEAE

ชื่ออื่น ตะเกรียบ ตะแบกขน เสลาใบใหญ่ อินทชิต

ไม้ต้น ผลัดใบขนาดกลาง สูง 10 - 20 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมแน่น ทึบสีเขียวเข้ม กิ่งมักย้อยห้อยลง

เปลือก สีเทาดำ มีรอยแตกระแหงเป็นทางยาวตลอดลำต้น

ใบ ใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม แผ่นใบยาวแบบรูปขอบขนานกว้าง 6 - 10 เซนติเมตร ยาว 16 - 24 เซนติเมตร ปลายใบแหลมเป็นติ่งยาวเล็กน้อย โคนมน ผิวใบมี ขนปุยอ่อนนุ่ม ทั้ง 2 ด้าน

ดอก สีม่วงสดเวลาดอกบานช่อดอกจะแน่นเป็นรูปทรงกระบอกก้านช่อดอกและกลีบ รองกลีบดอกมีขนนุ่ม สีเหลืองปกคลุมทั่วไป กลีบดอกมักมี 6,7 หรือ 8 กลีบที่ผิวนอกของกลีบรองกลีบดอกรูปถ้วยเมื่อ บาน มีขนาดกว้าง 6.8 -8.2 เซนติเมตร

ผล เกือบกลมผิวแข็ง ยาวประมาณ 1.5 - 2.1 เซนติเมตร ผลแห้งแตกตามยาว 5 - 6 พูเมล็ด จำนวนมาก มีปีก

นิเวศวิทยา ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ และป่าชายหาด พบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคตะวันออก และภาคกลางลงมาถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ออกดอก มีนาคม - เมษายน ผลแก่ประมาณเดือน พฤศจิกายน เก็บเมล็ดเดือน ธันวาคม - กุมภาพันธ์

ขยาย พันธุ์ โดยเมล็ด 1 กิโลกรัมมีเมล็ดประมาณ 170,000 เปอร์เซนต์การงอก 75 %ช่วงเวลาที่ใช้ในการงอก 20 วัน ช่วงเวลาใช้เพาะชำ 4 เดือน จะได้ความสูงประมาณ 20 เซนติเมตร

วิธีปฏิบัติต่อเมล็ดและการเพาะเมล็ด -

ข้อสังเกตและผลการทดลอง 1. เมล็ดงอกใช้เวลาประมาณ 20 วัน
2. เวลา 4 เดือน ต้นกล้าจะมีความสูงประมาณ 20 ซม. สามารถย้ายปลูกได้

ประโยชน์ ไม้ทำเครื่องแกะสลัก ด้ามเครื่องมือ ทำพื้น รอด ตง คาน ได้ดี ปลูกเป็นไม้ประดับ
 

11.7.52

ไม้มะเกลือ

ต้นมะเกลือ
ชื่อทั่วไป - มะเกลือ
ชื่อสามัญ - Ebony Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ - Diospyros mollis Griff
วงศ์ - EBENACEAE
ชื่ออื่นๆ - มะเกลือ มักเกลือ มะเกื๋อ ผีเผา มะเกีย , เกลือ
ถิ่นกำเนิด - พม่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในไทยพบตามป่าเบญจพรรณแล้งทั่วไป
ประเภท - ไม้ยืนต้น  รูปร่างลักษณะ ลำต้น ไม้ยืนต้น ไม่ผลัดใบ สูง 8-25 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม กิ่งอ่อน  ย้อยลง ใบ ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ กว้าง 1.5-4 ซม. ยาว 3-8 ซม. โคนใบมนปลายใบเรียวสอบ ก้านใบยาวประมาณ 1 ซม. ใบสีเขียวเข้ม ใบแห้งจะเป็นสีเขียวอมดำ  ดอก แยกเพศ แยกต้น ดอกเพศผู้เป็นช่อสั้น ๆ ออกตามง่ามใบ มีดอกย่อยประมาณ 3 ดอก กลีบดอกเชื่อมติดกันเป้นรูปกรวย ปลายแยกเป็น4 แฉก ยาว 6-8 เซนติเมตร ดอกเพศเมีย เป็นดอกเดี่ยว ก้านดอกยาว1-2 มิลลิเมตร กลีบดอกสีเหลือง มีกลีบเลี้ยงสีเขียวเข้ม 4 กลีบ มีเกสรตัวผู้ เทียม 8-10 อันผล เป็นผลสด ลักษณะกลมเกลี้ยงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตรมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่ขั้วของผล ผลสีเขียว เมื่อแก่จัดสีดำ เมื่อแห้ง
เปลือกผลจะเปราะ เมล็ด รูปรีแบนด้านหนึ่งคล้ายสามเหลี่ยมฐานมน สีน้ำตาล ยาว 1 ซม.
จำนวน 4-6 เมล็ด
การขยายพันธ์ - ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม - ดินทุกชนิด พบตามป่าเบญจพรรณทั่วไป ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 5 –500 เมตร
ประโยชน์ - เปลือกต้น ใช้ผสมเครื่องดื่มพื้นเมืองเพื่อกันบูด
- เนื้อไม้ กระพี้ออกสีขาว ทิ้งไว้นานออกสีดำ แก่น สีดำ มีน้ำหนักมากที่
สุดในบรรดาไม้ที่ขึ้นอยู่ในเมืองไทย แข็งแรงทนทานมาก ใช้ทำ
เครื่องเรือน เครื่องใช้อย่างดี เครื่องดนตรี
- ผล ให้สีดำสำหรับย้อมผ้า ให้สีดำสำหรับย้อมผ้า ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ
ให้ผลดีมากที่สุดคือพยาธิปากขอ
- ราก ฝนผสมกับน้ำซาวข้าวดื่มแก้อาเจียน และหน้ามืดเป็นลม

10.7.52

ต้นพะยูง
ชื่อทั่วไป - พะยูง
ชื่อสามัญ - Siamese Rosewood
ชื่อวิทยาศาสตร์ - Dalbergia cochinchinensis Pierre
วงศ์ - DIPTEROCARPACEAE
ชื่ออื่นๆ - ขะยุง แดงจีน ประดู่เสน,กระยง กระยูง , ประดู่ตม , ประดู่ลาย , พะยูง-ไหม
ถิ่นกำเนิด - ป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณชื้น ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก
ประเภท - ไม้ยืนต้น
รูปร่างลักษณะ - ไม้ต้น ผลัดใบ สูง 15 – 25 เมตร เปลือกสีเทาเรียบ เรือนยอดทรงกลมหรือรูปไข่
- ใบ ประกอบแบบขนนก ปลายคี่ เรียงสลับ ใบย่อยเรียงสบับบนแกนกลาง7 – 9 ใบ กว้าง 3 – 4 เซนติเมตร ยาว 4 – 7 เซนติเมตร ปลายแหลมโคนสอบ ด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีจาง
- ดอก เล็ก สีขาว กลิ่นหอมอ่อน ออกเป็นช่อตามง่ามใบและตามปลายกิ่ง
ออกดอก พฤษภาคม – กรกฏาคม ฝักแก่ กรกฏาคม – กันยายน
- ผล เป็นฝัก รูปขอบขนานแบน บาง กว้าง 1.2 เซนติเมตร ยาว 4 – 6เซนติเมตร เมล็ด มี 1 – 4 เมล็ดเมล็ดรูปไตสีน้ำตาลเข้ม
การขยายพันธ์ - ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม - ดินทุกชนิด ทนแล้ง ขึ้นได้ในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณชื้นทั่ว ๆ ไปโดยเฉพาะทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก
ประโยชน์ - เนื้อไม้ละเอียด แข็งแรง ทน ขัดและชักเงาได้ดี ใช้ทำเครื่องเรือน เกวียน
เครื่องกลึง แกะสลัก ทำเครื่องดนตรี เช่น ซอ ขลุ่ย ลูกระนาด

9.7.52

ต้นประดู่บ้าน
ชื่อทั่วไป - ประดู่บ้าน
ชื่อสามัญ - Burmese Rosewood
ชื่อวิทยาศาสตร์ - Pterocarpus indicus Willd.
วงศ์ - LEGUMINOSAE
ชื่ออื่นๆ - ประดู่กิ่งอ่อน สะโน อังสนา ดู่บ้าน, ประดู่ลาย, ประดู่ไทย ,
ถิ่นกำเนิด - มาเลเซีย แถบทะเลอันดามัน มัทราช และอ่าวเบงกอล
ประเภท - ไม้ยืนต้น
รูปร่างลักษณะ - ไม้ต้นผลัดใบสูง 15 – 30 เมตรเรือนยอดรูปกลมหรือรูปร่ม ทึบ ปลายกิ่งจะห้อยย้อยลงเปลือกสีน้ำตาลคล้ำ แตกเป็นสะเด็ดทั่วไป เปลือกในมีน้ำเลี้ยงสีแดง
- ใบประกอบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยเรืองสลับกัน 4 – 10 ใบ
- ดอก รูปดอกถั่วสีเหลือง กลิ่นหอมอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อตามง่ามใบหรือปลายกิ่ง ช่อยาว 20 – 30 เซนติเมตร ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน
- ผล รูปโล่ มีครีบเป็นแผ่นกลม ตรงกลางนูน กว้าง 3 – 4 เซนติเมตร
การขยายพันธ์ - โดยการเพาะเมล็ดในถุงเพาะกล้าจนงอก และแข็งแรงก่อนจึงย้ายไปปลูก
ลงดิน และปักชำกิ่ง
สภาพที่เหมาะสม - พบในป่าดิบภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปสามารถปลูกได้ทั่วไป
องการน้ำปานกลาง
ประโยชน์ - เนื้อไม้ใช้ทำสิ่งปลูกสร้าง เปลือกให้น้ำฝาดสำหรับฟอกหนัง และให้สีน้ำ
ตาลสำหรับย้อมผ้า แก่นให้สีแดงคล้ำ
ประดู่ป่า
ชื่อพื้นเมือง: จิต๊อก ดู่ ประดู่เสน
ลักษณะทั่วไป: ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูงถึง 30 เมตรผลัดใบเรือนยอดรูปกรวยหรือรูปไข่ เปลือกนอกหนาสีนำตาลอมเทาแตกหยาบๆเป็นร่องลึก
ใบ: ประกอบขนนกเรียงสลับ 4-10ใบ แผ่นใบเป็นรูปคล้ายๆไข่
ดอก: ดอกสีเหลือง มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อยาว 10-20 เซนติเมตรตามง่ามใบ ดอก ออก มี.ค-พ.ค
ผล: รูปโล่แบนบางตรงกลางนูน ผลออก มิ.ย-ส.ค
ด้านภูมิทัศท์: เป็นไม้ขนาดใหญ่ให้รมเงาดีมาก
ประโยขน์: ใบพอกบาแผล แก้ผลผื่นคัน เปลือกต้นแก้ท้องเสียและใช้นำฝาดสีนำตาลใช้ย้อมผ้าปุ่มประดู่มีลวดลายสวยงาม ราคาแพง
คนไทยโบราณเชื่อว่า: บ้านใดปลูกต้นประดู่ไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิดพลังแห่งความยิ่งใหญ่ ประดู่ คือ ความพร้อมความร่วมมือ ร่วมใจสามัคคี มีพลังเป็นอันหนึ่งอีนเดี่ยวกัน นอกจากนี้ดอกประดู่ยังมีลักษณะที่ระดมกันบานเมต้นดูลายตา ดังนั้นคนโบราณจึงได้เลือกเอาต้นประดู่เป็นไม้ประจำกองทัพเรือ และส่วนแก่นไม้ยังใช้เป็นศิลปะการดนตรี ที่คำคัญของคนไทยพื้นเมืองในสมัยโบราณ คือ ใช้ทำเป็นเครื่องเสียงพวกระนาด นั่นก็หมายถึง ความแข็งแกร่ง แข็งแรง

8.7.52

ต้นชิงชัน
ชื่อทั่วไป - ชิงชัน
ชื่อสามัญ - Rosewood
ชื่อวิทยาศาสตร์ - Dalbergia oliveri Gamble & Prain
วงศ์ - LEGUMINOSAE
ชื่ออื่นๆ - ประดู่ชิงชัน ดูสะแดน
ถิ่นกำเนิด - ป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทั่วไป ยกเว้นภาคใต้
ประเภท - ไม้ยืนต้น
รูปร่างลักษณะ - ไม้ต้น ผลัดใบ สูง 15 – 25 เมตร เปลือกสีน้ำตาลอมเทา ล่อนเป็นแว่น ๆ
- ใบ ประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 11 –17 ใบ เรียงสลับบนแกนกลาง แผ่นใบย่อยรูปรีแกมรูปไข่ปลายคี่ กว้าง 1 – 4 เซนติเมตรยาว 4 – 8 เซนติเมตร โคนและปลายมน ผิวใบด้านล่างสีจางกว่าด้านบน - ดอก เป็นดอกเล็ก สีขาวแกมม่วง ออกดอก มีนาคม – พฤษภาคม
- ผล เป็นฝักแบน ๆ รูปหอกหัวท้ายแหลม กว้าง 3 – 3.5 เซนติเมตร ยาว8 – 17 เซนติเมตร เมล็ด มี 3
- เมล็ด อยู่ในแต่ละฝักฝักแก่ พฤษภาคม – กันยายน
การขยายพันธ์ - ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม - ดินทุกชนิด เป็นไม้กลางแจ้ง ต้องการน้ำปานกลาง ขึ้นอยู่ตามป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทั่วไป เว้นภาคใต้ สูงจากระดับน้ำทะเล 100 – 500เมตร
ประโยชน์ - เนื้อไม้ แข็ง เหนียว มีความทนทานมาก ใช้ทำเครื่องเรือน ส่วนประกอบเกวียน พานท้ายปืน เครื่องดนตรี เช่น ขลุ่ย ซอ จะเข้ ลูกระนาด กลอง
โทน รำมะนา กรับ ขาฆ้องวง
แสมสาร
1. ชื่อ แสมสาร
2. ชื่ออื่น ขี้เหล็กโคก ขี้เหล็กแพะ ขี้เหล็กป่า ขี้เหล็กสาร ขี้เหล็กดง ขี้เหล็กเลือด ช้าขี้เหล็ก ไงซาน กราปัด กะบัด
3. ชื่อวิทยาศาสตร์ Cassia garrettiana Craib.
4. วงศ์ CAESALPINIACEAE
5. ชื่อสามัญ -
6. แหล่งที่พบ พบมากทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอื่นๆ (ยกเว้นภาคใต้)
7. ประเภทไม้ ไม้ยืนต้น
8. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางผลัดใบ สูงประมาณ 13 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมแน่นทึบ กิ่งอ่อนมีขนปกคลุมบางๆ
ใบ ใบประกอบแบบขนนกลักษณะเป็นช่อ ช่อหนึ่งๆ มีใบย่อย 6-9 คู่ ก้านช่อมบยาว 4-5 ซม. แกนช่อใบยาว 10-20 ซม. ใบย่อยรูปหอกหรือรูปไข่ค่อนข้างป้อม กว้าง 2-5 ซม. ยาว 5-9 ซม. ปลายใบเรียวแหลม แผ่นใบเกลี้ยงไม่มีขน ก้านใบย่อยยาว 4-6 มม.
ดอก ออกเป็นช่อ แตกแขนงออกที่ปลายกิ่ง ยาว 8-20 ซม. มีขนสีน้ำตาลเหลืองคลุมหนาแน่น ประกอบด้วยดอกจำนวนมาก ก้านดอกยาวประมาณ 3 ซม. มีขนประปรายใบประดับรูปไข่ ยาว 4 มม. ปลายแหลม กลีบรองกลีบดอกยาวไม่เท่ากันกลีบด้านนอก 2 กลีบ มีขนาดเล็กกว่ายาวประมาณ 5 มม. ส่วน 3 กลีบด้านในยาวเป็นสองเท่าของกลีบด้านนอก กลีบรูปมนกว้าง ผิวนอกมีขนคลุมบางๆ กลีบดอกสีเหลืองรูปไข่กลับ ยาว 15-20 มม. ส่วนด้านล่างเป็นก้านกลีบยาว 4 มม. เกสรตัวผู้ 10 อัน ยาวไม่เท่ากัน รังไข่และหลอดเกสรตัวเมียเกลี้ยงหรือมีขนประปราย
ผล ฝักแบนรูปบรรทัด กว้าง 2-4 ซม. ยาว 15-22 ซม. เมื่อฝักแก่จะปริอ้าออก ฝักมักจะบิดงอ เปลือกฝักค่อนข้างบางเกลี้ยงไม่มีขน แต่ละฝักมีเมล็ดประมาณ 20 เมล็ด ขนาดกว้าง 5 มม. ยาว 9 มม. สีน้ำตาล
9. ส่วนที่ใช้บริโภค ดอกอ่อน ใบอ่อน
10. การขยายพันธุ์ เมล็ด
11. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม พบตามป่าเบญจพรรณทั่วไป เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด
12. ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ ดอกอ่อน เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม ใบอ่อน ตลอดปี
13. คุณค่าทางอาหาร ยังไม่มีข้อมูล
14. การปรุงอาหาร ดอกอ่อน ใบอ่อน นำมาต้มเพื่อลดความขมลงก่อนจะนำไปแกง คล้ายแกงขี้เหล็ก

7.7.52

ไม้มะค่าแต้ 
พันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลจังหวัดสุรินทร์
ชื่อวิทยาศาสตร์ Sindora siamensis Teijsm. ex Miq.
วงศ์ LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE
ชื่ออื่น แต้ มะค่าหนาม มะค่าหยุม
ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูง 10 - 25 เมตร
เปลือก เรียบสีเทาคล้ำกิ่งอ่อนมีขนคลุมบาง ๆ เรือนยอดแผ่ทรงเจดีย์ต่ำ
ใบ ประกอบรูปขนนก เป็นช่อติดเรียงสลับ ใบย่อย เรียงตรงข้ามกัน 3 - 4 คู่ แผ่นใบย่อยรูปรี ถึงรูปบรรทัดแกมรูปรี กว้าง 3 - 8 เซนติเมตร ยาว 6 - 15 เซนติเมตร ปลายใบกลมหยักเว้าตื้น ๆ ตรงกลางเล็กน้อย และโคนใบแหลมหรือมน ผิวใบด้านล่าง มีขนสั้น
ดอก ดอกเล็กสีเหลือง ออกรวมกันเป็นช่อตามปลายกิ่ง
ผล เป็นรูปโล่ ขนาด 4 - 9 เซนติเมตร มีจงอยแหลมที่ปลาย ผิวฝักมีหนามแหลมแข็ง แตกเมื่อแห้งแต่ละฝักมีเมล็ด 1 - 3 เมล็ด
นิเวศวิทยา ขึ้นกระจัดกระจายในป่าเต็งรัง ป่าชายหาดทั่ว ๆ ไป และป่าเบญจพรรณแล้งทางภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ สามารถขึ้นได้ดีบนพื้นที่ที่เสื่อมโทรม ค่อนข้างแห้งแล้งออกดอก มีนาคม - พฤษภาคม ผลแก่ กรกฎาคม - กันยายนขยายพันธุ์ โดยเมล็ด
วิธีปฏิบัติต่อเมล็ดและการเพาะเมล็ด ตัด - ทำแผลที่ปลายเมล็ด แล้วนำไปแช่น้ำ 1 คืน ก่อนนำไปเพาะ
ข้อสังเกตและผลการทดลอง เมล็ดงอกใช้เวลาประมาณ 10 - 15 วัน
ประโยชน์ เนื้อไม้สีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลแก่ ค่อนข้างหยาบ แข็งแรง ทนทาน ทนมอดปลวกได้ดี แต่ไสกบตบแต่งยาก ใช้ก่อสร้างและเครื่องมือการเกษตร ไถ คราด และส่วนประกอบเกวียน ฝักและเปลือกให้น้ำฝาดสำหรับฟอกหนัง
มะค่าโมง
ชื่อวิทยาศาสตร์ Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib
วงศ์ LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE
ชื่ออื่น มะค่าใหญ่ มะค่าหลวง
ไม้ต้น ขนาดใหญ่ แต่สูงไม่มากนัก ผลัดใบ แตกกิ่งต่ำ เรือนยอดเป็นพุ่มกว้าง ลำต้นมักเป็นครีบและปุ่มปม โคนเป็นพูพอน
เปลือก สีน้ำตาลอ่อนหรือชมพูอมน้ำตาล แตกสะเก็ดเป็นหลุมตื้น ๆ
ใบ ประกอบเรียงสลับ ใบย่อยติดตรงข้ามกันเป็นคู่ 3 - 5 คู่ แผ่นใบรูปไข่แกมรูป ขอบขนาน กว้าง 2 - 5 เซนติเมตร ยาว 4 - 9 เซนติเมตร โคนใบมนหรือหยักเว้าเล็กน้อยปลายใบทู่เป็นติ่ง
ดอก ออกรวม กันเป็นช่อตามปลายกิ่ง ช่อยาว 5 - 15 เซนติเมตร กลีบดอกมี 4 กลีบ แต่ละกลีบซ้อนทับกัน มีเพียงกลีบบนสุดเพียงกลีบเดียวที่เจริญขึ้นเป็นกลีบดอกสีแดงเรื่อ ๆ หรือแดงอมชมพูผล เป็นฝักแบนแข็ง รูปบรรทัดสั้น ๆ กว้าง 7 - 10 เซนติเมตร ยาว 12 - 20 เซนติเมตร แตกออกเป็น 2 ซีก เมื่อแห้ง เมล็ดแก่สีดำเป็นมัน เรียงตามขวาง 4 - 5 เมล็ด แต่ละเมล็ดมีเยื่อหนารูปถ้วยสีเหลืองสดห่อหุ้ม ส่วนฐานอยู่นิเวศวิทยา ขึ้นในป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดิบแล้งใกล้แหล่งน้ำ ทุกภาคยกเว้นภาคใต้ สูงจากระดับน้ำทะเล 100 -600 เมตรออกดอก กุมภาพันธ์ - มีนาคม ฝักแก่ มิถุนายน - สิงหาคมขยายพันธุ์ โดยเมล็ด
วิธีปฏิบัติต่อเมล็ดและการเพาะเมล็ด 1. ตัด - ทำแผลที่ปลายเมล็ดแช่น้ำไว้ 1 คืน ก่อนเพาะ  2. การเพาะอาจเพาะลงถุงพลาสติกหรือเพาะในแปลงเพาะข้อสังเกตและผลการทดลอง 1. เมล็ดจะงอกภายในประมาณ 7 วัน   2. กล้าจากแปลงเพาะควรย้ายเมื่อเมล็ดเริ่มแทงรากและใบเลี้ยง   3. ขนาดของกล้าที่พอย้ายปลูกได้อายุประมาณ 3 - 4 เดือนขึ้นไป สูงประมาณ 1 ฟุต
ประโยชน์ เนื้อไม้สีน้ำตาลอมเหลืองอ่อน แข็งเหนียว ทนทานขัดและชักเงาได้ดี ใช้ทำเสา รอด ตง พื้น ไม้เครื่องบน ต่อเรือ เครื่องกลึง พานท้ายปืนและรางปืน ทำกลองโทน รำมะนา เป็นไม้ที่ให้ปุ่มมะค่ามีลวดลายสวยงามและราคาสูง เปลือกทำน้ำฝาดสำหรับฟอกหนัง เมล็ดอ่อนเนื้อในรับประทานได้
นิเวศวิทยา ขึ้นประปรายในป่าเบญจพรรณพื้นที่ที่ค่อนข้างชุ่มชื้นทางภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ส่วนภาคตะวันออก และภาคใต้มีขึ้นอยู่มากใน ป่าดงดิบ ป่าน้ำท่วม และตามท้องนา ทั่ว ๆ ไป
ออกดอก กรกฎาคม - กันยายน ไม่แน่นอนแล้วแต่สภาพพื้นที่และสิ่งแวดล้อม เก็บเมล็ดได้ประมาณเดือน ธันวาคมขึ้นไป ผลแก่ จะแตกเพื่อโปรยเมล็ดในราวเดือน มีนาคม
ขยายพันธุ์ โดยเมล็ด
วิธีปฏิบัติต่อเมล็ดและการเพาะเมล็ด -
ข้อสังเกตและผลการทดลอง
1. เมล็ดงอกใช้เวลาประมาณ 20 วัน
2. ภายในระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ต้นกล้ามีความสูงประมาณ 20 ซม. สามารถย้ายปลูกได้
ประโยชน์ เนื้อไม้ละเอียดแข็ง ใจกลางมักเป็นโพรง ใช้ทำสิ่งปลูกสร้างที่รับน้ำหนัก เสา กระดานพื้น และเครื่องมือการเกษตร และนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

23.6.52

ผู้มีอุปการะคุณ ( โก๋ต่อ วังเดิม แห่งชุมชนคนรักมีด )


โก๋ต่อ วังเดิม
ผมรู้จักกับลุงจำนงค์ครับ เนื่องด้วยที่บ้านผมทำโรงสีอยู่ห่างจากบ้านลุงจำนงค์สักกิโลเมตรเดียวเห็นจะ ได้ ลุงอายุเยอะแล้ว แต่มีฝีมือเรื่องทำด้ามทำฝัก ผมเลยอยากช่วยอุดหนุน ช่างพื้นบ้าน แถมบ้านใกล้เรือนเคียงกัน และผมก็ได้อุดหนุนฝีมือลุงมา 3 เล่มแล้วครับ เลยนำผลงานมาให้ดูกันเป็นตัวอย่างเหล็กแหนบ 13 นิ้ว น้ำหนักในการใช้ฟันดีมากเลยครับ หนักเหมาะมือที่สุด ในบรรดาอีก 3 เล่ม





เล่มนี้ฝักไม้พยุงรัดหวาย ใบ 12 นิ้ว ผมใช้บาร์เลื่อยตีครับ
  
เล่มนี้ไม้มะเกลือครับ ใบ 7 นิ้ว บาร์เลื่อยตัวเดียวกับเล่มบนครับ พอดีลุงแกมีไม้มะเกลือไม่พอทำใบใหญ่ ถ้าเอาเล็กๆแบบนี้ ยังพอเหลือ


ลุงจำนงค์ยังเหลือไม้ดีๆ สวยๆ อีกหลายชนิดเลยครับ ผมเจอแหล่งดีๆมาแล้ว เลยไม่อยากเก็บไว้คนเดียว เอามาบอกให้เพื่อนๆแบ่งกันใช้ครับ   ( ความจริงถ้ามีตังค์เหลือเยอะ ๆ  ก็จะแอบซื้อเก็บไว้ให้หมดคนเดียวอยู่หรอก เห็นแล้วอยากได้ไปซะทุกไม้ ทุกเล่ม )
วันนี้ได้รับมีดอีเหน็บจากลุงจำนงค์แล้ว จึงขอนำภาพมาแบ่งให้เพื่อนๆได้ชมกัน
.
ลุงจำนงค์คงให้คนอื่นจัดการห่อและส่งให้ ผมพบว่ากล่องนอกเป็นกล่องใส่นม อสค. ภายในมีมีดห่อด้วยหนังสือพิมพ์รัดด้วยยางรัด    สภาพกล่องใหญ่กว่ามีดซึ่งมีน้ำหนักพอสมควร โชคดีห่อมีดไม่หลุดตกจากกล่องขณะส่งทางไปรษณีย์ ที่จริงไม่ต้องเป็นกล่องก็ได้   ใช้กระดาษกล่องห่อรัดเลยทางไปรษณีย์รับส่งให้ได้ ปลอดภัยและเรียบร้อยกว่าด้วย ประเด็นนี้ควรปรับปรุง


.
ขนาดใบมีด 12 นิ้วเต็มตามที่ผมต้องการ ลุงจำนงค์บอกว่าตีจากบาร์เลื่อย


.
นำมีดออกตรวจความเรียบร้อยและถ่ายรูปไว้เป็นประวัติ


.
ใบมีดไม่ได้ชะโลมสารใดๆ ได้กลิ่นเหล็กล้วนๆ ลองเอาแม่เหล็กดูดดู พบว่าปลอกรัดคอด้ามมีดแม่เหล็กดูดไม่ติดสันนิษฐานว่าเป็นสแตนเลสเช่น เดียวกับที่รัดด้ามและปลอกที่โคนด้ามแม่เหล็กก็ดูดไม่ติดเช่นกัน ที่ปลอกรัดคอด้ามมีดด้านขวาแม่เหล็กดูดได้แสดงว่าด้านในคงมีเหล็กอยู่สำหรับปลอกมีดที่เห็นมีวัสดุเป็นโลหะขาว แม่เหล็กดูดติดหมดแสดงว่าไม่ได้ใช้สแตนเลสเป็นวัสดุรัดปลอกมีด


.
ภาพนี้ถ่ายโดยใช้มุมแสงต่างกัน และเทียบขนาดกับไม้บรรทัด


                    ขอขอบคุณ พงศ์ธร  จาก  จ.นราธิวาส   ได้สั่งซื้อมีดเหน็บ  ขนาด 6  นิ้ว  จำนวน  27  เล่ม เลยขอนำภาพมาลงไว้ให้ดู  กันก่อนนะครับ  ขณะนี้ทำได้ 9  เล่ม  ค่อยทะยอยทำส่งให้นะครับ   ผลงานเป็นอย่างไร ช่วยติชมมาทาง  manow2551@gmail.com  หน่อย ครับ  เพื่อ จะได้นำมาปรับปรุง ครับ
                   และขอขอคุณอีกครั้ง สำหรับหล่วงปูทวด   ที่ส่งมาให้   และ ที่ไ้ด้โทรศัพท์มาคุยกับ  คุณพ่อ ( ลุงจำนงค์ )

                                 มีดเหน็บ  ฝักไม้มะเกลือ - ด้ามขาม้า


                                 มีดเหน็บ ฝักไม้มะเกลือ - ด้ามขาม้า
                              

                                มีดเหน็บ  ฝักไม้มะเกลือ ด้าม-น้าหยด


                                 มีดเหน็บ  ฝักไม้มะเกลือ - น้ำหนด


                                มีดเหน็บ  ฝักไม้มะเกลือ 2 วง - ด้ามร่องมือ


                                  มีดเหน็บ  ฝักไม้มะเกลือ 2 วง - ด้ามร่องมือ


                                 มีดเหน็บ  ฝักไม้มะเกลือ 2 วง - ด้ามร่องมือ  มีคลิป


                                รวมภาพ  มีดเหน็บ

แผนที่บ้านช่างจำนงค์


ดู มีดช่างจำนงค์ ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

ไม้เสลา

มีดเหน็บ 50

มีดเหน็บ 51

มีเหน็บ 52

มีดเหน็บ 53

มีดเหน็บ 54

มีดเหน็บ 55

มีเหน็บ 56

มีดเหน็บ 57

มีดเหน็บ 58